ความเป็นมา School Mapping

        ในสิบปีที่ผ่านนักการศึกษามักใช้แนวคิดของ School Mapping ในการวางแผนทางการศึกษา (Sabir & Sabir, 2014) ซึ่งเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์เชิงลึกในสถานการณ์ของพื้นที่ในการสร้างและปรับปรุงข้อมูล นอกจากนั้นยังเป็นฐานข้อมูลไม่ใช่เฉพาะในการศึกษาเท่านั้นแต่ยังเป็นประโยชน์สำหรับการศึกษาที่ไม่อยู่ในระบบด้วย

         ปัญหาที่ท้าทายก็คือไม่มีประเทศใดที่ประสบความสำเร็จโดยการกำหนดระบบการศึกษาของโรงเรียนจากการใช้กระบวนการทางการศึกษาที่อยู่นอกโรงเรียน และ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการศึกษาที่ไม่ได้ให้โรงเรียนเฟ้นหากระบวนการของตนเองที่จะสร้างการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าต่อระบบการบริหารจัดการของความซับซ้อนและละเอียดอ่อน ผลลัพธ์ก็คือ School Mapping ไม่ค่อยได้นำไปใช้แพร่หลายในปีต่อมาแม้แต่ในประเทศที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้า เช่น ประเทศสหรัฐ ยิ่งไปกว่านั้นปัญหาที่ในระดับประเทศได้ยกให้เป็นประเด็นอาจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบเฉพาะเรื่อง (Privileged Minority) ดังนั้นอาจจะทำให้เกิดการแบ่งแยกทางการศึกษาเพิ่มขึ้นระหว่างสังคมวัฒนธรรมที่หลากหลายของประชากร

         ปัญหาที่ท้าทายก็คือไม่มีประเทศใดที่ประสบความสำเร็จโดยการกำหนดระบบการศึกษาของโรงเรียนจากการใช้กระบวนการทางการศึกษาที่อยู่นอกโรงเรียน และ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการศึกษาที่ไม่ได้ให้โรงเรียนเฟ้นหากระบวนการของตนเองที่จะสร้างการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าต่อระบบการบริหารจัดการของความซับซ้อนและละเอียดอ่อน ผลลัพธ์ก็คือ School Mapping ไม่ค่อยได้นำไปใช้แพร่หลายในปีต่อมาแม้แต่ในประเทศที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้า เช่น ประเทศสหรัฐ ยิ่งไปกว่านั้นปัญหาที่ในระดับประเทศได้ยกให้เป็นประเด็นอาจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นประโยชน์ต่อการตรวจสอบเฉพาะเรื่อง (Privileged Minority) ดังนั้นอาจจะทำให้เกิดการแบ่งแยกทางการศึกษาเพิ่มขึ้นระหว่างสังคมวัฒนธรรมที่หลากหลายของประชากร

         สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์ โดยกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลเล็งเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวจะมีส่วนช่วยในเรื่องของการบริหารจัดการการศึกษา การวางแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัด การออกแบบการตรวจราชการ (Regulator) และ การพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา (Operator) โดยมีผู้เข้ามีส่วนร่วมทั้งในสังกัดกระทรวงศึกษาและสังกัดต่าง ๆ ที่ทำการศึกษาในจังหวัด เช่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ องค์กรภาคเอกชน และภาคสังคม เป็นต้น จึงได้จัดทำระบบการสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยของจังหวัดบุรีรัมย์ (Buriram Early Childhood Education Promoting System : BECEPS) เพื่อให้เป็นข้อมูลกลาง (Big Data) ตามร่างแนวทางการพัฒนาการศึกษาปฐมวัยของจังหวัดบุรีรัมย์ที่ได้กำหนดให้มีหน่วยงานกลางในการจัดทำสารสนเทศเพื่อการพัฒนาการศึกษาปฐมวัย โดยรวมเอาข้อมูลตั้งแต่เด็กที่มีอยู่ 0 ขวบ จนกระทั่งเข้าสู่การศึกษาขั้นพื้นฐาน และเป็นการทำงานที่บูรณาการกับหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในจังหวัดบุรีรัมย์ เช่น องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น โรงเรียนสาธิต ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัด สถานศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในจังหวัด สถานศึกษาเอกชน เป็นต้น

         ในโครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณจัดสรรจากโครงการส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย (อนุบาล 1 – 3) โดยสอดร้อยกับยุทธศาสตร์ชาติในยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคน โดยมีการจัดทำ School Mapping เป็นกิจกรรมหนึ่งในหลายกิจกรรมที่กำหนดขึ้น ทั้งนี้กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กิจกรรมดังกล่าวจะเกิดประโยชน์กับหน่วยงาน องค์กรภาครัฐ/เอกชน ภาคประชาชน/สังคม ในการใช้ข้อมูล วางแผนยุทธศาสตร์ และ การกำหนด แนวทางพัฒนาการศึกษาปฐมวัยในจังหวัดบุรีรัมย์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน

จุดประสงค์ของการทำ School Mapping

         การทำ School Mapping เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวางแผนทางการศึกษาและเป็นหน้าที่สำคัญที่จะช่วยให้ตระหนักในเป้าหมายของการวางแผนหรือแผนงานชัดเจนมากขึ้น โดยมีจุดประสงค์ในการทำ School Mapping ดังต่อไปนี้
1) เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานและการสอนที่นอกเหนือจากการศึกษาภาคบังคับภายใต้ข้อจำกัดของทรัพยากรและความต้องการทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ
2) เพื่อจัดเตรียมโอกาสการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างทัดเทียม (Equality of Educational Opportunity)


ปัจจัยต่าง ๆ ที่จะนำมาพิจารณาใช้ใน School Mapping ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด

        UNESCO (n.d.) ได้นำเสนอปัจจัยที่จำเป็นที่จะนำเตรียมความพร้อมและปรับปรุงข้อมูลของ School Mapping ดังต่อไปนี้
        1) ปัจจัยทางด้านมะโนประชากร (Demographic Factors) สิ่งที่ยากที่สุดของการจัดทำ School Mapping ก็คือความน่าเชื่อถือของข้อมูลในระดับพื้นที่ ข้อมูลประชากรในภาพรวมและอัตราการเจริญเติบโตและประชากรในวัยเรียนต้องมีข้อมูลในระดับภาพที่เล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
        2) ปัจจัยทางด้านการศึกษา (Educational Factors) เป้าหมายเพื่อที่จะให้แน่ใจว่าได้จัดการศึกษาในสภาวะที่ดีที่สุดขณะเดียวกันก็ยังคงมีค่าใช้จ่ายหรือการลงทุนที่เป็นเหตุเป็นผล ซึ่งอาจจะมีการพิจารณาประมาณการในหลายมิติ เช่น
        - จำนวนของชั่วโมงเรียนต่อสัปดาห์
         - จำนวนของนักเรียนต่อชั้นเรียนและการแบ่งกลุ่มเล็กสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ (การทำงาน ห้องทดลอง เป็นต้น)
         - ระยะของเวลาที่สถานศึกษาจะใช้และ the possibilities of introducing double shifts
         - ชั่วโมงการทำงานของครูและและการทำงานพิเศษ
        การประมาณการดังกล่าวเป็นมาตรฐานของความต้องการจำเป็นที่จะถูกกำหนดซึ่งจะทำให้สถานศึกษาดำเนินการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพของสถานศึกษาและครู ขนาดของโรงเรียนก็จะต้องถูกกำหนดความต้องการจำเป็นด้วยเช่นเดียวกัน
        3) ปัจจัยทางด้านกายภาพ (Geographic Factors) เราต้องศึกษาความเป็นไปได้ของนักเรียนที่จะเดินทางมายังสถานศึกษาทั้งภูมิศาสตร์ของพื้นที่ และระบบการขนส่งที่มีอยู่ (ถนน แม่น้ำ หรือ เดินเท้า เป็นต้น)
        4) ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ (Economic Factors) ในปัจจัยด้านนี้ก็เพื่อต้องการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า เป็นพิจารณาด้านงบประมาณ กับการพิจารณาทางด้านการศึกษา
        5) ปัจจัยทางการด้านการเมือง (Political Factors) School Mapping ต้องการมุมมองดังกล่าวซึ่งจะระดมทรัพยากร สร้างสรรค์และขยายกิจกรรมหรือกระบวนการต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดคุณภาพทางการศึกษา
        6) ปัจจัยทางด้านกิจกรรรมทางเศรษฐกิจและกำลังคน (Manpower and Economic Activity Factors) ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง School Mapping ในด้านนี้เป็นลักษณะ two-fold ในอีกแง่หนึ่งกิจกรรมทางเศรษฐกิจของภูมิภาคและความเป็นไปได้ของการจ้างงานที่กระทบต่อการเลือกของกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่จะจัดการศึกษาทางด้านอาชีพหรือเทคนิค ซึ่งสถานศึกษามีผลกระทบต่อกิจกรรมในพื้นที่
        7) แนวทางการพัฒนา/นโยบาย/ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดบุรีรัมย์

ผู้รับผิดชอบการจัดทำ

นายสมศักดิ์  ชอบทำดี

นายสมศักดิ์ ชอบทำดี

ศึกษาธิการจังหวัดบุรีรัมย์

 

 

>นายอดุลย์  สุชิรัมย์

นายอดุลย์ สุชิรัมย์

ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล

 

 

นางวริศรา  มนูขจร

นางวริศรา มนูขจร

ศึกษานิเทศก์

 

 

หน่วยงานเกี่ยวข้อง